ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

ผู้เขียน หัวข้อ: ” เที่ยว มาเลเซีย ” 5 วัน 4 คืน กับ 3 เมือง แบบเก็บแลนด์มาร์คได้ครบ!  (อ่าน 19 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 66,244
    • ดูรายละเอียด
” เที่ยว มาเลเซีย ” 5 วัน 4 คืน กับ 3 เมือง แบบเก็บแลนด์มาร์คได้ครบ!
วันนี้ขอแสดงบทบาทเป็นไกด์ นำทางทุกคนท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านของเรา นั่นก็คือ “ประเทศมาเลเซีย” นั่นเองจ้ะ มาดูกันว่า ท่องเที่ยว มาเลเซีย แบบครบๆใน 5 วัน เป็นเยี่ยงไรบ้าง
ประเทศมาเลเซีย อยู่ทางตอนใต้ของไทยพวกเรา มีเมืองหลวงคือ กัวลาลัมเปอร์ นั่งเรือบินแป๊บเดียว แค่ 2 ชั่วโมงนิดๆก็ถึงค่ะ ที่สามารถเลือกเดินทางได้กับอีกทั้งสายการบิน Low Cost และก็ Full Service เลยจ้ะ นอกเหนือจากนี้ยังสามารถเดินทางได้ด้วยแนวทางอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นรางรถไฟ หรือรถทัวร์ ก็สามารถเหมือนกัน ส่วนค่าเงินของที่นี่ คิดง่ายๆ1 RM = 8 บาทจ้ะ
เกริ่นมามากพอแล้ว ขอเริ่มพาเที่ยวเลยนะคะจะได้ไม่เสียเวลา ^^
1. เที่ยว มาเลเซีย วันแรก
ออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง จ.กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินไฟล์ทบ่ายๆครั้งนี้ดีลช่าเลือกเดินทางกับสายการบิน Air Asia จ้ะ สะดวก แถมราคาย่อมเยาสุดๆหลับบนเครื่องไปแป๊บนึง ตื่นมาเครื่องก็กำลังแลนด์ดิ้งสู่ท่าอากาศยาน KLIA2 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์แล้วจ้ะ ในช่วงเวลาที่มาเลเซีย จะเร็วกว่าไทยเรา 1 ชั่วโมงนะคะ ปรับเวลากันเป็นระเบียบ ก็ออกจากท่าอากาศยานมุ่งไปสู่เมืองกัวลาลัมเปอร์กันเล้ย
จากท่าอากาศยานเข้าสู่กัวลาลัมเปอร์ สามารถไปได้หลายแนวทางเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถบัส หรือจะเรียกแท็กซี่ หรือ Grab, Uber ก็ได้ สำหรับดีลช่าแล้ว ไม่รีบไม่ร้อน ขอนั่งชิลๆด้วยรถบัสแล้วกันจ้ะ สนนราคาที่ 10 RM หรือราวๆ 80 บาทเท่านั้น นั่งชมวิวเพลินๆ1 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีรถไฟกลางกัวลาลัมเปอร์ หรือที่เรียกกันว่า KL Sentral แล้วค่ะ
พอเพียงออกจาก KL Sentral ดีลช่าก็อาศัย Google Map นำทางไปสู่โฮเต็ลที่จองไว้ โน่นเป็นบังกะโล Hotel Sentral นั่นเอง ดีลช่าใช้บริการจองจาก Expedia ได้มาในคืนละ 1,600 บาทพร้อมข้าวเช้า คุ้มมากมายๆเลยจ้ะ ซึ่งตัวโฮเต็ลอยู่ห่างจาก KL Sentral เพียงแค่ 800 เมตรเพียงแค่นั้น ใกล้มากมายๆแถมบริเวณโรงแรมยังล้อมรอบไปด้วยร้านอาหาร และเซเว่นอีเลฟเว่น แล้วยังมีห้าง NU Sentral อยู่ตรงข้ามบังกะโลอีก บอกได้คำเดียวว่า สะดวกสบายสุดๆผู้ใดจะมาเที่ยวกัวลาลัมเปอร์ชี้แนะพักบริเวณนี้นะคะ
เช็คอินเข้าบังกะโลเรียบร้อย ก็เอาของไปเก็บกันค่ะ ห้องเช่าของตรงนี้ขนาดตามมาตรฐานเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์แกนกลางเมืองทั่วๆไป แม้กระนั้นที่ประทับใจก็คือภาพที่มองเห็นข้างหน้า กับภาพที่มองเห็นมาก่อนหน้าในเว็บ Expedia เช่นเดียวกันเลยจ้ะ ต้องใจมากๆเลย
วันนี้ไม่ได้ไปไหนไกลจ้ะ เพราะว่าเป็นวันเดินทาง เลยขอเดินเที่ยวชิลๆตรวจสอบบริเวณแถวที่พัก และก็เดินช้อปปิ้งเล็กๆน้อยๆที่ห้าง NU Sentral ตรงกันข้ามโรงแรมเท่านั้นเองค่ะ ^^
2. ท่องเที่ยว มาเลเซีย วันที่ 2
วันนี้ขอชูให้เป็น Shopping Day แล้วกันนะคะ เพราะเหตุว่าแพลุกลี้ลุกลนสำคัญๆของวันนี้ก็คือการช้อปปิ้งนั่นเอง ดีลช่าตื่นมารับประทานอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารของบังกะโล ของกินอร่อยสมกับที่ผู้เข้าพักคนก่อนๆรีวิวไว้ใน Expedia จริงๆจ้ะ แล้วกํ็อาบน้ำแต่งตัว พร้อมออกลุยกัวลาลัมเปอร์กันเลย!
เริ่มกันที่ห้างแรก ไม่ไกลจากที่พักเลยจ้ะ NU Sentral นั่นเอง ภายหลังที่เมื่อวานนี้ได้มาเินตรวจไปแล้ว วันนี้เลยมาช้อปแบบจัดเต็มกันทีเดียว ที่ห้างนี้ก็มีสินค้าให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แคว้นของมาเลเซีย หรือแบรนด์เนมโด่งดังต่างๆดีลช่าได้กระเป๋าจาก Brands Outlet ซึ่งเป็นแบรนด์แคว้นของมาเลเซียมาหนึ่งใบ กระเป๋างดงามรวมทั้งคงทนใช้ได้เลยค่ะ
จุใจกับ NU Sentral แล้ว ก็ต่อรถกระแสไฟฟ้า Monorail ไปลงที่สถานี Bukit Bintang เลยค่ะ ที่ตรงนี้พูดได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งเลยก็ว่าได้ เทียบและเช่นกันสยามบ้านพวกเรานั่นเอง เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้ามากตั้งเรียงกัน ไม่ว่าจะเป็น Pavilion, Isetan, Lot 10 รวมถึงร้านขายของมีชื่อเสียงต่างๆเป็น shop ใหญ่เลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Sephora, H&M, Giodano หรือแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton ก็มีนะคะ
ดีลช่าใช้เวลาตรงนี้จนถึงจุใจ เดินลืมอ่อนเพลีย ลืมเวลากันไปเลยล่ะค่ะ เพลิดเพลินเจริญใจสุดๆเลย รู้สึกตัวอีกครั้งตะวันก็กำลังจะตกดิน และหมดแรงขึ้นมาซนๆค่่อยๆพยุงร่างของตัวเองกลับอพาร์เม้นท์ไปพักดีมากยิ่งกว่าค่ะ ^^
3. ท่องเที่ยว มาเลเซีย วันที่ 3
วันนี้ดีลช่าตื่นยามเช้ากว่าธรรมดา เพราะจำต้องย้ายอพาร์เม้นท์จ้ะ แม้กระนั้นมิได้ไปไหนไกลเลย เพียงแค่เดินข้ามถนนเท่านั้นเอง อิอิ ขอเล่าให้ฟังก่อนแล้วกันค่ะ เนื่องจากทีแรกๆดีลช่าจะไปนอนอีกเมืองนึง แต่ด้วยความประมาทไม่จองซะหน ปรากฎว่าบังกะโลที่เล็งไว้ เต็ม!!! ค้นหาอพาร์เม้นท์รอบๆในรัศมีที่พอเพียงเดินทางสะดวกก็ล้วนเต็มไปหมด อาจด้วยด้วยเหตุว่าตรงกับวันชาติของมาเลเซีย ทำให้จำต้องเร่ร่อนกลับมาหาบ้านพักในกัวลาลัมเปอร์เหมือนเดิม ทั้งนี้ทั้งนั้น บอกเลยจ้ะว่าขอกราบขอบคุณมาก Expedia สวยๆที่ทำให้ดีลช่ามีรีสอร์ทดีๆนอนในคืนวันนี้ แถมยังราคาไม่แพงมากมายอีกด้วย คืนละเพียงแค่ 1,000 บาทเองจ้ะ ทั้งๆที่จองก่อนวันเดินทางเพียง 1 อาทิตย์ แต่ยังได้ราคาดีงามขนาดนี้ ทำให้ถูกใจ Expedia สุดๆอ้อ! ลืมบอกชื่ออพาร์เม้นท์ไป ดีลช่าเข้าพักที่ NU Hotel จ้ะ
พอเพียงเช็คอินเข้าที่เข้าทางพักแห่งใหม่ พร้อมกับเก็บของเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดีลช่าก็รีบเดินไป KL Sentral เพื่อไปนั่งรถไฟฟ้าไปอีกเมืองนึงเลยจ้ะ เมืองที่ดีลช่าจะไปวันนี้ก็คือ “เมืองปูยี่ห้อจายา” นั่นเอง
เมืองปูตราจายา ตั้งอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ราวๆ 30 กิโล สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถไฟฟ้า หรือแท็กซี่, Grab แล้วก็ Uber เป็นเมืองศูนย์ราชการของประเทศมาเลเซียค่ะ มีทั้งยังทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งตึกของกระทรวงต่างๆสถานที่เที่ยวที่สำคัญก็คือ “สุเหร่าสีชมพู” หรือที่เรียกว่า “Masjid Pruta” นั่นเองค่ะ
ดีลช่านั่งรถไฟฟ้า KL Transit ไปลงที่สถานี Prutajaya Sentral แล้วต่อรถเมล์สาย L15 เพื่อไปลงที่หน้ามัสยิดเลย จุดเด่นของรถเมล์สายนี้ก็คือ ถูกดีไซน์มารองรับนักเดินทางอย่างแท้จริงค่ะ เพราะเหตุว่ารถเมล์จะวิ่งไปบริเวณเมืองก่อน เพื่อได้ดูความงดงามของทิวทัศน์เมือง ก่อนจะมาหยุดที่หน้ามัสยิด ที่เป็นสถานที่เที่ยวหลักของตรงนี้ค่ะ เมืองปูตราจายาถูกวางแบบมาให้เป็นเมืองในสวน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยสีเขียว และก็มีสวนสาธารณะมากมาย วันที่ดีลช่าไปเป็นวันชาติ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของประเทศมาเลเซีย ทำให้ได้สัมผัสกัับความสงบของประเทศชาติ รวมทั้งได้จับใจกับบรรยากาศสบายๆอย่างมากจ้ะ
บ่ายคล้อยเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ดีลช่าเลยขอถอนทัพกลับกลับกัวลาลัมเปอร์ดีมากยิ่งกว่า ขากลัับใช้บริการ Uber จ้ะ ราคาถูกเลยแถมบริการดีมากๆอีกต่างหาก ดีลช่าให้ Uber ส่งที่ห้าง Suria KLCC เพื่อเดินเล่นฆ่าเวลาก่อนที่จะไปถ่ายรูปกับ “Petronas Twin Tower” หรือ “อาคารคู่แฝด” ในวิกาลจ้ะ
เดินหามุมดีๆถ่ายภาพอย่างจุใจแล้ว ก็ถึงเวลากลับที่พักกันดีกว่า นอนเอาแรงไว้เยอะมากๆพรุ่งนี้ยามเช้าตื่นมาจะได้ชื่นบาน ^^
4. เที่ยว มาเลเซีย วันที่ 4
จริงๆวันนี้ตั้งอกตั้งใจจะเช็คเอาท์แต่เช้า เพราะเหตุว่าต้องนั่งรถยนต์ไปอีกเมืองนึงกว่า 2 ชั่วโมงเลยค่ะ แต่…ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ ซ้ำๆตกลงมาอย่างหนักไม่ยอมหยุด กว่าฝนจะซาพอให้ออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยงตรงกัันแล้ว ออกมาจากบังกะโลก้าวหน้าลช่าก็ไม่รอช้า รีบนั่งรถไฟฟ้า KL Transit ไปลงที่สถานี Bandar Tasik Station เลยจ้ะ แล้วก็เดินผ่านไปที่ TBS เปรียบได้ดั่งสายใต้ใหม่ของบ้านพวกเรา เพื่อไปซื้อตั๋วรถทัวร์ไปยัง “เมืองมะละกา” ค่ะ
สิ่งหนึ่งที่ดีลช่าถูกใจมากมายๆของที่นี่ก็คือ รถทัวร์ออกทันเวลามากมายๆและก็บุคลากรบนรถก็บริการดีด้วยค่ะ ในส่วนของรถทัวร์ก็นั่งสะดวก แอร์เย็น ที่วางขากว้างเวิ้งขวาง นั่งชิลๆครึ่งหลับครึ่งตื่น2 ชั่วโมงนิดๆรถทัวร์ก็มาหยุดที่ Melaka Sentral ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของมะละกานั่นเอง
จาก Melaka Sentral นั่งรถเมล์สาย 17 ถัดไปลงที่ Dutch Square Melaka สี่เหลี่ยมจัตุรัสจุดศูนย์กลางเมืองของมะละกาค่ะ จริงๆแล้วสามารถนั่งแท็กซี่, Grab หรือ Uber ไปก็ได้นะคะ สุดแต่สบายเลย แต่ดีลช่าอยากลองสัมผัสความ slow life นั่งชมเมืองชิลๆดู เลยใช้แนวทางนั่งรถบัสจ้ะ
บ้านพักคืนนี้ เป็น Guest House ริมลำคลองมะละกา ชื่อว่า Wayfarer Guest House จ้ะ ดีลช่าเจอที่นี่โดยบังเอิญ จากการคลิกเข้าไปใน Expedia มองบ้านพักเพลิดเพลินๆและก็ Expedia ก็แนะนำที่นี่ขึ้นมา บอกเลยว่าเหมือน Love at First sight เลย ด้วยเหตุว่าเพียงพอเห็นปุ๊บ บอกตัวเองเลยค่ะว่าฉันต้องมาพักที่นี่ให้ได้! แล้วก็ได้มาจริงๆจ้ะ แถมได้มาในราคาที่ถูกมากมายๆคืนละ 1,700 บาทเท่านั้น ที่สำคัญคลิกไปจองผ่านทางเว็บของดีลช่าเอง ได้รับ Cashback กลับมาถึง 10% เลยค่ะ คุ้มสุดๆ
Wayfarer Guest House ถูกตกแต่งเป็นสไตล์จีนนิดๆผสมกับเครื่องเรือนไม้สีแก่ ทำให้ตรงนี้มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ มีมุมโซฟาให้นั่งพักผ่อนพัก รวมไปถึงชิงช้าเล็กๆให้นั่งชิลๆดื่มชา-กาแฟ ที่มีพร้อมบริการตลอดทั้งวัน ซาบซึ้งใจสุดๆจ้ะ ส่วนห้องนอนของดีลช่า ได้ห้องที่มีระเบียง มองออกไปมองเห็นโบสถ์คริสต์ และก็ทิวทัศน์คลองมะละกา ยืนรับลมสบายสุดๆไปเลยล่ะค่ะ
เก็บของเสร็จสิ้นสมบูรณ์ นั่งพักผ่อนให้หายเหนื่อยอีกหน่อยก็ได้เวลาออกไปตะลุยเมืองมะละกากันแล้ว คนไหนจะมาท่องเที่ยวมะละกาเสนอแนะให้มาในวันศุกร์-เสาร์นะคะ จะมีถนนคนเดิน หรือที่เรียกว่า Jonker Walking Street มีสินค้าของที่ระลึก แล้วก็อาหารขายมากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยจ้ะ เพลินสุดๆยิ่งไปกว่านี้ขอแนะนำให้ทดลองนั่ง “รถสามล้อ” ของเมืองมะละกามองนะคะ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ กับรถสามล้อที่ถูกตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนน่ารักน่าเอ็นดูๆและก็เปิดเพลงดังๆมันสุดๆสนุกสนานดีค่ะ
หมดไปอีกหนึ่งวัน อ่อนเพลียนิดๆสำหรับเพื่อการเดินทาง แม้กระนั้นพอใช้ได้มาเปิดโลกในอีกมุุมที่มะละกา ก็เพียงพอบรรเทาความอ่อนแรงไปได้เยอะแยะเลยล่ะจ้ะ พรุ่งนี้จะต้องกลับแล้ว….ยังไม่ต้องการที่จะอยากกลับเลย
5. ท่องเที่ยว มาเลเซีย วันที่ 5
ตื่นแต่เช้ามารับลมเย็นๆแล้วก็แสงตะวันอ่อนๆที่ระเบียงห้องกันจ้ะ นั่งดื่มกาแฟสักแก้ว ก่อนจะลุกไปอาบน้ำและก็ออกไปลุุยมะละกากัน วันนี้จำเป็นต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เลยต้องทำเวลากันหน่อยค่ะ
ข้อดีของการตื่นมาเที่ยวแต่เช้าก็คือ เราจะได้ชมวิวทิวภาพ รวมทั้งลิ้มรสบรรยากาศแบบเป็นส่วนตัวแบบไม่มีใครแย่งเลยค่ะ จะถ่ายภาพมุมไหนก็ดีแล้วไปหมดเพราะว่ายังไม่ต้องแชร์ทิวทัศน์ร่วมกับคนไหนกัน ดีลช่าเดินถ่ายรูปเริ่มจากเกสต์เฮ้าส์บ้านพัก เดินไปรอบๆข้ามคลองมะละกา แวะถ่ายรูปกับโบสถ์คริสต์, จัตุรัสดัชต์ และทิวทัศน์เมืองที่สวยงามของมะละกา
ก่อนจะมาหยุดที่ร้านค้า Chicken Rice Ball เพื่อกินข้าวเช้ากัน จริงๆก็คือข้าวมันไก่ล่ะค่ะ เพียงแค่ที่มะละกาจะมีเอกลักษณ์ตรงที่ เค้าจะนำข้าวมาปั้นเป็นก้อนกลมๆนั่นเอง ตรงหัวมุมถนน Jonker มีให้เลือกหลายร้านเลยจ้ะ สบายร้านไหนก็เข้าร้านนั้นเลย รสคล้ายๆกันค่ะ
ทานข้าวรุ่งเช้าเสร็จ ขอเดินเข้าไปใน Jonker Street ต่อเพื่อไปตามหาขนมกันค่ะ มันก็คือ BaBa Chendor หรือเรียกภาษาบ้านๆก็คือลองช่องน้ำกะทิน้ำกะทินั่นเอง แต่ด้วยความพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนจนดีลช่าต้องตามมาชิมก็คือ เค้าจะราดด้วยน้ำอ้อยต้มค่ะ บอกเลยว่า อร่อยมากกกกกกกกกกก ต่อคิวกว่าครึ่งชั่วโมงมาพบรสชาตินี้ คุ้มสุดๆจ้ะ
พระอาทิตย์ตรงหัวบอกเวลาเที่ยงตรง ก็ได้เวลาโบกไม้โบกมือบ๊ายบายมะละกา กลับเข้ากรุงกัวลาลัมเปอร์แล้วค่ะ โดยไปขึ้นรถทัวร์ที่ Melaka Sentral ที่เดิมเพื่อไปลง TBS และต่อรถกระแสไฟฟ้าไปยัง KL Sentral ก่อนจะฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์เพื่อนั่งรถไปพบจ่ายตลาดฝากกัน ล็อกเกอร์จะตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ใกล้ๆกับเซเว่นอีเลฟเว่นนะคะ ราคา 10 RM ฝากได้ 24 ชั่วโมงเลยจ้ะ
ดีลช่าเรียก Uber มาลงที่ Central Market ตลาดจับจ่ายซื้อของฝากที่ใหญ่ที่สุดในกัวลาลัมเปอร์ รวมทั้งเลือกซื้อของฝากอย่างจุใจเลยจ้ะ มีให้เลือกมากมายทั้งขนมแคว้น, ช็อกโกแลต, ของกำนัลเครื่องหมายของประเทศมาเลเซีย, ผ้าถุง ผ้าต่างๆ(อันนี้บอกเลยว่าได้รับความนิยมมากมาย คุณแม่กำชับมาเลยว่าต้องซื้อให้ได้ ฮ่าๆๆ) จัดแจงกระเป๋าว่างๆมาเพื่อของกำนัลโดยเฉพาะ 1 ใบ ยังแทบไม่พอเลยจ้ะ จับจ่ายใช้สอยเพลิดเพลินสุดๆ
เมื่อได้ของฝากครบแล้ว ดีลช่าก็เรียก Uber กลับไปที่ KL Sentral เพื่อเอากระเป๋า และก็ต่อรถบัสไปยังสนามบินจ้ะ เดินทางอุ่นใจกับ Air Asia ดังเดิม กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ….
ชอบใจมากๆค่ะกับทริปนี้ ได้ท่องเที่ยวครบแบบไม่อิดโรยและไม่จำเป็นต้องเร่งร้อน เสมือนได้ชาร์จไฟเพิ่มพลังให้กับร่างกาย รู้สึกดีสุดๆบ๊ายบายยย ไว้มีโอกาสจะกลับมานะ….มาเลเซีย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : design-concepts

Tags : design-concepts,http://design-concepts.net