ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมาของ ไซบีเรียนฮัสกี  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ teeratum123

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,195
    • ดูรายละเอียด
ความเป็นมาของ ไซบีเรียนฮัสกี
ชาวชุกชี (Chukchi) ซึ่งครอบครองชาวพื้นบ้านที่อาศัยอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไซบีเรีย เป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์สุนัขไซบีเรียนฮัสกีขึ้นมา ด้วยช่วยดูแลฝูงกวางเรนเดียร์พร้อมด้วยใช้ในการลากย้ายหิมะ แต่ต้นประสูติของสายพันธุ์นี้ก็ยังคงยังมีชีวิตอยู่ปริศนา ซึ่งถือเอาว่าไซบีเรียน ฮัสกี้น่าจะมีส่วนระคนของสุนัขหลายๆ พันธุ์จับกลุ่ม ชาวชุกชีต้องใช้สมัยหลายร้อยปีกว่าจะ ศักยฝึกให้สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขลากเขยิบได้
ปี ค.ศ. 1909 คือปีแรกที่ชาวชุกชีได้นำสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีมาลงลองเชิงลากเลื่อน ซึ่งในสมัยเก่าการแข่งขันสุนัขนับว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความชื่นชอบมาก ในการชิงดีชิงเด่นครั้งหนึ่ง สุนัขจะต้องวิ่งทั้งเป็นระยะทาง 400 ไมล์ จากพาราโนม (Nome) ไปถึงจังหวัดแคนเดิล (Candle) ในรัฐอลาสกา ซึ่งเป็นวิถีทางที่เดินทางได้ยากยุ่งยาก ด้วยความอาจจะในการวิ่งและการลากเลื่อน เป็นเหตุให้ไซบีเรียน ฮัสกี กลายมาหมายถึงสุนัขสายพันธุ์ต้นๆ ที่นิยมในการต่อสู้สุนัขในเวลาภายหลัง
เช่นนี้ในปี คริสต์ศักราช 1910 ชาร์ล ฟ็อกซ์ เมาเล หน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่มเซย์ (Charles Fox Maule Ramsay) เพศชายชาวสกอตแลนด์ ได้เล็งแลเห็นลักษณะและความรอบรู้ของสุนัขพันธุ์นี้ จึงชักจูงให้ จอห์น ไอรอนแมน จอห์นสัน (John “Iron Man” Johnson) ผู้บัญชาสุนัขลากเลื่อนใช้สุนัขไซบีเรียนฮัสกีลงลองเชิงลากเลื่อนในปีนั้น ส่งผลให้เอาชนะทีมคู่แข่งได้อย่างเหนาะๆ และทีมของแรมเซย์ทีมอื่นๆ ที่ใช้ไซบีเรียนฮัสกีมีชีวิตสุนัขลากเลื่อน ก็ยังเข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 พร้อมกับที่ 4 ในการแย่งชิงครั้งนั้นด้วย ในทศวรรษถัดมา สุนัขพันธุ์นี้ได้ถูกสรรเสริญให้เป็นพันธุ์ที่มีเกียรติด้วยว่าการแข่งขันลากเลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความอดทนในการลองเชิง
ในชันษา ค.ศ. 1925 เมืองโนม รัฐอลาสกาคว้าเกิดโรคระบาดจากพิษขึ้น ทำให้มีพระราชประสงค์ยาต้านพิษอย่างเร่งด่วน จึงมีการจัดคนเคี่ยวเข็ญเลื่อน 20 คน กับสุนัขลากเลื่อน 150 ร่างกาย เพื่อขนส่งยาต้านพิษดำรงฐานะระยะทาง 674 ไมล์ข้ามรัฐอลาสกา ซึ่งใช้หนเดินทางเพียง 5 วันครึ่งเพียงนั้น ถือว่าเป็นการแรมรอนที่ใช้เวลาน้อยที่สุดเป็นเรื่องราวการณ์ เป็นเหตุให้รอบรู้ช่วยผู้คนในเมืองโนมและชุมชนรอบข้างได้ เรื่องราวนี้มีชื่อเรียกว่า Great race of mercy หลังจากเหตุการณ์นี้ คนบังคับเลื่อนและสุนัขลากเลื่อนทั้งหมด กลายเป็นกำที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศอเมริกา และบัลโต (Balto) สุนัขไซบีเรียนฮัสกีโจกฝูงสุนัขลากเลื่อนที่จัดหามาวิ่งนำเพื่อนๆ ในการวิ่งครั้งสุดท้าย เพื่อส่งเซรั่มไปยังเมืองโนม ก็ได้รับคำเล่าลือ อย่างมาก จนมีการต่อรูปปั้นไว้เป็นที่ระลึกในเซนทรัลปาร์ค (Central park) ถิ่นที่นิวยอร์ค
10 จันทรา ภายหลังที่บัลโตได้วิ่งไปถึงเมืองโนม ความชื่นชมในไซบีเรียนฮัสกี ก็เริ่มฟุ้งกระจายไปที่ด้าวแคนาดา ด้วยกันในปี ค.ศ. 1930 อเมริกัน เคนเน็ล คลับ (American Kennel club) สมาคมสุนัขแห่งอเมริกา ได้เริ่มทำทำความรู้จักสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีมากขึ้น และมีการนำสุนัขไซบีเรียนฮัสกี หลายตัวไปฝึกฝนเป็นทีมแบ่งเบาและทีมค้นหาของกองทหารรัฐอลาสกาในอเมริกาในช่วงการศึกโลกครั้งที่ 2 พร้อมด้วย

และนี่ก็คือ พฤตินัยที่คุณควรรู้เดิมที่คิดจะเลี้ยงน้องหมาไซบีเรียน ฮัสกี้นะคะติเตียน มาก แล้ว ไม่ว่าคุณตริจะเลี้ยงน้องสุวาน หรือสัตว์เลี้ยงตระกูลไหนก็ตาม ลื้อควรจะต้องเรียนรู้ถึงธรรมดา อุปนิสัย ด้วยกันวิธีการเลี้ยงดูของสัตว์ตัวนั้นให้ละเอียดยิบก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ เป็นอย่างมากที่จะตามมา และที่สำคัญที่สุดจะได้ไม่เป็นการทำร้ายชีวิตสัตว์ตัวเล็กๆ ด้วยยังไงล่ะคะ เพราะว่าถ้าหากเราเอาใจใส่เขาได้ไม่ดี ก็เท่ากับว่าเขาต้องมีชีวาที่ทรมานแบบนี้ถัดจากจนกว่าเขาจะตาย ... อย่างนั้น ก่อนจะเลี้ยงสัตว์อย่างไรก็ตาม การศึกษาหาประกาศเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุดนะคะ ...

Tags : ไซบีเรียน,ไซบีเรียน ฮัสกี้