ติดต่อลงโฆษณา [email protected]

ผู้เขียน หัวข้อ: แนวการเลือกคัดซื้อกระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 92,799
    • ดูรายละเอียด

ทำนองการคัดเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง

ในยุคที่วิถีการบินแข่งขันด้านสนนราคาเยอะจัดขึ้นเรื่อยๆ กฎระเบียบการพกพากระเป๋าเดินทางก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะสายการบินโลวคอสต์ที่ทุกกลุ่มเป็นเงินเป็นทอง ผู้โดยสารอาจถูกชาร์จเพิ่มถ้าต้องโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง บางครั้งการจัดสัมภาระให้ลงตัวในกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง (carry-on) จึงอาจเหมาะสมกว่า ทั้งในแง่ความคล่องตัวพร้อมทั้งค่าใช้จ่าย  ทีมงานทำงานด้านไอที จึงจำเป็นต้องพกโน้ตบุ๊กติดตัวอยู่เสมอ เมื่อรวมกับแบตเตอรี่ สายชาร์จ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็หนักร่วม 2-3 กิโลกรัมได้ จากที่เคยแบกเป้ ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าล้อลากแบบหิ้วขึ้นเครื่องกันแคงทน นอกจากเรื่องราวสุขภาพของใช้หลังแล้ว ยังเอาสรรพสิ่งจุกจิกแบบเสื้อกันหนาว เสื้อสำรองยามกระเป๋าหาย กับอุปกรณ์ส่วนตัวเล็กน้อยขึ้นเครื่องได้ท่วมท้นขึ้น หลังจากทะลุทะลวงมาหลายทริป มีโอกาสเปลี่ยนกระเป๋ามาหลายใบ พวกเราเลยโหยแชร์ประสบการณ์การเลือกสรรซื้อกระเป๋าเดินทางล้อลากเนื่องด้วยขึ้นเครื่องมาฝากกันค่ะ ปัจจัยที่ควรทรรศนะมีด้วยกันหลายข้อ ดังนี้


  • ‘สัดส่วน’ เป็นกิจธุระสำคัญอันดับหนึ่ง

    สัดส่วนของกระเป๋าเดินทางที่ปลดปล่อยให้ถือขึ้นเครื่อง ขึ้นกับกฎของใช้สปายการบินขนาดนั้นละแห่ง อย่างเดียวละตระกูลการบินกำหนดสัดส่วนกระเป๋าไม่เท่ากัน พร้อมกับมีความเข้มงวดสิ่งของการตรวจสัดส่วนกระเป๋าแตกต่างกัน (โลว์คอสต์มักจะเข้มร่วงโรยหน่อย) ตรงนี้สำคัญอื้อซ่า เพราะแม้กระเป๋า carry-on ของใช้เราใหญ่เกินปริมาตรที่สายการบินกำหนด เราอาจต้องโหลดกระเป๋าใบนั้นแอยู่ยืด มิฉะนั้นจะไม่ได้ขึ้นเครื่อง สิ้นเปลืองทั้งเงินพร้อมกับเวลา ดังนั้นควรเตรียมตัวเรื่องนี้ให้พร้อม  ทางที่ดีแม้ว่าจะซื้อกระเป๋าใบใหม่ เราขอแนะลู่ทางให้พกสายสืบวัดไปด้วย พร้อมด้วยอย่าลืมวัดให้ถึงตรงส่วนล้อด้วยนะคะ เพราะในใบสเปกกระเป๋าเดินทางอาจวัดเฉพาะตัวกระเป๋า ขนาดนั้นเวลาเดินทางจริง เลยเวลาการบินอาจให้ทดสอบใส่กระเป๋าเข้ากรอบเหล็กสี่เหลี่ยม ซึ่งถ้ารวมล้อแล้วสัดส่วนอาจเกินได้ วัดด้วยตัวเองชัวร์กว่า


  • ‘น้ำหนัก’ ยิ่งเบายิ่งดี จุข้าวของได้เยอะขึ้น

    เดี๋ยวนี้หลายถนนการบินไม่ได้จำกัดแค่ “ความจุ” กระเป๋าเพียงแง่มุมเดียว แค่นั้นยังจำกัด “น้ำหนัก” เครื่องใช้กระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องด้วย (มีเครื่องชั่งพร้อมสรรพ) เส้นทางการบินส่วนใหญ่ปลดปล่อยให้ถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม ซึ่งลำพังแค่น้ำหนักของใช้ตัวกระเป๋าก็อาจกินไปเยอะแล้ว  ในยุคสมัยนี้ กระเป๋ารุ่นใหม่ๆ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือสังเคราะห์แบบใหม่ การออกแบบแนวใหม่ที่ช่วยให้น้ำหนักข้าวของเครื่องใช้ตัวกระเป๋าเบาขึ้นมากมาย กระเป๋าพวกนี้มักลงท้ายชื่อรุ่นว่า Lite ตรงนี้เราทำได้ตรวจสอบสเปกได้ข้ามเว็บไซต์ข้าวของแต่ละแบรนด์ เพราะมีข่าวสารน้ำหนักให้พร้อมเลย


  • ‘ล้อลาก’ คัดแบบไหนดี 2 หรือ 4 ล้อ

    กระเป๋ายุคนี้มักมี “ล้อ” เพื่อให้เราเก่งลากกระเป๋าไปบนสนามบินอันกว้างใหญ่ได้ โดยไม่ต้องแบกสิ่งของกันหลังแอ่นประกอบกิจนวัยอันควร ถ้าแยกประเภทกระเป๋าตามจำนวนล้อ ทำเป็นแยกได้ย่ำยีวๆ ดังนี้

    กระเป๋าหิ้ว แบบไม่มีล้อ เหมาะกับคนเครื่องใช้น้อย น้ำหนักเบา เพียงนั้นปัจจุบันอาจหาคนใช้กระเป๋าแบบนี้ได้น้อยลง
    กระเป๋าล้อลากแบบ 2 ล้อ เหมาะแก่การลากแบบเฉียง แค่นั้นอาจลากลำบากหน่อย เมื่อต้องเดินในที่คับแคบ ต้องหมุนกระเป๋าตามช่องทางที่มี ประดุจดัง การนำกระเป๋าขึ้นเครื่องที่ผู้โดยสารมักแออัดตามทางเดิน ข้อดีของกระเป๋าประเภดื้อี้คือวางบนพื้นแล้วไม่ไหลไปเอง โดยเฉพาะพื้นเอียง
    กระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อ กำลังได้รับความนิยมเยอะจัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะลากกระเป๋าง่ายกว่าแบบ 2 ล้อไม่เบา ลื่นกว่า หมุนได้รอบทิศทาง เข็นจากด้านหลังได้ด้วย สะดวกต่อการเข็นในที่แคบส่วนทางเดินบนเครื่องบิน แค่นั้นข้อตายคือมีโอกาสไถลได้สูง ในบางสถานการณ์ ราวกับ ตอนขึ้นรถบัสจากเกตเพื่อขึ้นเครื่อง คนแน่นอาณาบริเวณน้อย อาจต้องใช้ขาหนีบเอาค่ะ – -’
    นอกจากนี้ กระเป๋าแบบ 4 ล้อ ยังมีล้อคู่แบบที่เรียกว่า “Double-wheels” หรืออย่างเดียวละมุม มีล้อ 2 ล้อ (ให้นึกภาพรถบรรทุก) ช่วยให้การลากกระเป๋าสะดวกสบายอื้อซ่าขึ้นไปอีก ด้วยกระเป๋าความจุเล็กที่นำขึ้นเครื่องอาจจะยังไม่จำเป็นแค่ไหน เฉพาะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ควรมีเป็นอย่างยิ่งค่ะ


  • ‘ช่องเก็บเครื่องใช้ภายใน’ ใครว่าไม่สำคัญ

    ประเด็นช่องรวบรวมสิ่งภายในกระเป๋า เป็นอีกกงการที่คนมักมองข้าม แค่นั้นจริงๆ ก็มีความสำคัญเพราะช่วยให้การจัดสิ่งของเป็นระเบียบพร้อมด้วยการหยิบสรรพสิ่งสะดวกขึ้นโขนัก กระเป๋าเดินทางทั่วไคำถามักมีไส้ศึกรัดด้วยว่าช่องปริมาตรใหญ่ เพื่อป้องกันสัมภาระกระเด็นไปัญหาาในกรณีสิ่งของไม่เต็มกระเป๋า ส่วนที่ฝามักมีช่องซิปเร็ว้ใส่ข้าวของจุกจิก หยิบง่ายฉวยสะดวก สุดท้ายคือช่องกักตุนข้าวของเครื่องใช้ที่ด้านหน้ากระเป๋า ที่ช่วยให้เราหยิบของบางชิ้นส่วน ประดุจดัง นิตยสาร เอกสาร ได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดซิปใหญ่ของกระเป๋าเลย  ตัวจำพวกด้านล่างคือกระเป๋าแบรนด์ TUMI ซึ่งโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ตรงที่มีช่องกักตุนเครื่องใช้จำนวนเหลือล้น เป็นสัดเป็นส่วนดี  ด้านในกระเป๋า TUMI รุ่น Int’l Expandable Carry-On  นอกจากนี้ กระเป๋าบางรุ่นยังมีซิปเนื่องด้วย “ขยายขนาดกระเป๋า” เพื่อให้เราทำได้เพิ่มดินแดนบรรจุภายในได้อีกสักหน่อย ถ้ากระเป๋าไม่เต็มก็แล้วกันไป เพียงนั้นถ้ามีสรรพสิ่งเพิ่มเข้ามาแบบไม่คาดฝัน (ดั่ง มีสรรพสิ่งฝาก) ก็ยังรอบรู้เอาตัวรอดได้ในวันกลับ ตรงนี้ถือเป็นลูกเล่นเล็กๆ อีกประการหนึ่งที่อาจต้องดูด้วย


  • ‘อุปกรณ์กระเป๋า’ เลือกสรรให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน

    โดยทั่วไปแล้ว วัสดุของใช้กระเป๋าแยกได้ 2 แบบกว้างๆ คือ แบบซอฟต์เคส (Soft Case) ส่วนใหญ่มักใช้ผ้าไนล่อน พร้อมกับแบบฮาร์ดเคส (Hard Case)
     
     

    Tags : กระเป๋าเดินทาง,กระเป๋าเดินทาง